ปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำ SEO

รับทำเว็บ

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำ SEO ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่ยืนยันจาก Google ว่ามีผลต่อการจัดอันดับ แต่เป็นสัญญาณที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเว็บไซต์นั้นมีคุณภาพดีหรือไม่ รับทำเว็บ ซึ่งจะเป็นแนวทางให้ผู้พัฒนาหรือผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ปรับปรุงเพิ่มเติม

– สัญญาณจากผู้ใช้เว็บไซต์ (User Signals) ข้อมูลการใช้งานของเว็บไซต์สามารถดูได้จาก Google Analytics ไม่ว่าจะเป็น จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Users), อัตราตีกลับ (Bounce Rate), รายงานข้อความค้นหาของคีย์เวิร์ด (Queries)

และ อัตราการคลิกเข้าชมเว็บไซต์ผ่าน Keyword นั้นๆ (CTR) เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้เป็นสัญญาณที่สำคัญที่ใช้วัดคุณภาพของเว็บไซต์ได้ ด้วยเหตุนี้เองเว็บไซต์ที่ต้องการทำ SEO จึงควรติด Google Analytics และ Search Console เพื่อให้ Google เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวและเราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพเว็บไซต์ของตัวเองได้

– สัญญาณจาก Social Media (Social Media Signals) จำนวน Likes และ Shares ของลิงค์หน้าเว็บไซต์จาก Social Media ต่างๆ ได้แก่ Facebook, Twitter และ Pinterest

มีส่วนช่วยในการจัดอันดับเว็บไซต์ การสร้างบทความที่มีประโยชน์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักในเว็บไซต์ และใช้ Social Media เป็นช่องทางในการกระจายบทความไปยังผู้ใช้ เพื่อดึงให้คนเข้ามาอ่านบทความและเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ จึงเป็นวิธีการที่ช่วยให้ทำอันดับบน Google ได้ดีและติดอันดับเร็วขึ้น

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำ SEO

These factors are not confirmed by Google to influence rankings. But it is a signal that can indicate that the website is of good quality or not. Which will guide the website developers or administrators to further improve

– User signals, website usage data can be viewed from Google Analytics, whether it is the number of visitors to the site (Users), bounce rate (bounce rate), keyword queries report. )

And the rate of clicks to visit the site through that keyword (CTR), etc. These are important signals that measure the quality of the website. It is for this reason that SEO-seeking websites should stick to Google Analytics and Search Console in order for Google to access this information and we can monitor their own website performance.

– Signals from Social Media (Social Media Signals) Likes and Shares of web page links from various social media including Facebook, Twitter and Pinterest.

Contribute to the ranking of the website. Create useful articles related to the main content of your website and use Social Media as a way to distribute articles to users. To attract more people to read articles and increase traffic to the website. It is a method that helps you rank better on Google and rank faster.

สิ่งที่เป็นตัวตัดสิน ว่าเว็บไซต์ไหนสามารถทำอันดับได้ดีกว่า

รับทำเว็บ

สิ่งที่เป็นตัวตัดสิน ว่าเว็บไซต์ไหนสามารถทำอันดับได้ดีกว่า ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเคยดูรายการประกวดร้องเพลง เมื่อถึงรอบชิงชนะเลิศ ผู้แข่งขันทุกคนต่างร้องเพลงเพราะทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่าใครจะเป็นแชมป์ คือ คะแนนโหวตจากทางบ้าน

คนที่จะได้คะแนนโหวตเยอะๆ อาจไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเพราะที่สุด แต่เป็นคนที่ร้องเพลง แล้วทำให้คนฟัง มีอารมณ์ร่วมไปกับเพลง ไม่ว่าจะเป็น ความสนุก ความเศร้า ความสงสาร หรือความสะเทือนใจ นักร้องคนนั้นจึงได้คะแนนโหวตมากไปด้วย

การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน เมื่อทุกคนรู้หลักการทำ SEO ซึ่งไม่ได้ต่างกัน รับทำเว็บ เพราะการทำ SEO มันเป็นหลักการสากล แต่สิ่งที่ทำให้บางเว็บแพ้หรือชนะ คือ การทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเรามีส่วนร่วม

เช่น ใช้เวลาอ่านนานกี่นาที อ่านจนจบบทความมั้ย? อ่านจบแล้ว มีการคลิกต่อไปยังหน้าอื่น ๆ อีกกี่หน้า ซึ่งจุดนี้แหละคือสิ่งที่ยากที่สุดของการทำ SEO เพราะการจะทำให้คนมีส่วนร่วมบนเว็บของเรามันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ และยังต้องสร้างคุณค่าให้กับผู้เข้าชมเว็บของเราด้วย

สิ่งที่เป็นตัวตัดสิน ว่าเว็บไซต์ไหนสามารถทำอันดับได้ดีกว่า

What is the judge Which sites can rank better? For example, if you’ve watched a singing contest When the final All the contestants sang for all But what determines who is the champion is the votes from the house.

People who will get a lot of votes May not be the one who sings the best But it is the one who sings And make people listen Feel the mood with music, be it fun, sadness, pity, or heartbreak. The singer received a lot of votes as well.

SEO is the same. When everyone knows the principles of SEO, which is not different, because SEO is a universal principle. But what makes some sites lose or win, is that our visitors are engaged.

For example, how many minutes does it take to read? Do you read until the end of the article? How many more pages are clicked? This is the hardest part of SEO, because getting people to get involved on our site is both a science and an art. And also create value for our website visitors as well

SEO สำคัญอย่างไร ทำไมต้องทำ SEO

รับทำเว็บ

SEO สำคัญอย่างไร

SEO สำคัญอย่างไร ทำไมต้องทำ SEO เพราะโดยส่วนใหญ่ การเข้าชมเว็บไซต์ มักจะเริ่มมาจาก การค้นหาผ่านแพลตฟอร์ม Search Engine ต่าง ๆ (ไม่ค่อยมีใครเข้าเว็บไซต์โดยตรง) แม้ว่าปัจจุบัน Social Media สามารถดึงคนเข้าสู่เว็บไซต์ ได้เช่นกัน แต่ Search Engine ก็ยังเป็นช่องทางหลัก สำหรับเว็บไซต์ รับทำเว็บ

(Why is SEO important? Why do SEO? Website visits Often start from Searching through various Search Engine platforms (rarely people go directly to the website),

although nowadays, Social Media can draw people to the website as well, Search Engine is still the main channel. For website)

ที่การเสิร์ช สำคัญอย่างมาก เพราะว่า เครื่องมือค้นหาเหล่านี้ สามารถมอบการเข้าถึง ที่เฉพาะกลุ่ม เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ คนที่เข้าเว็บไซต์คุณ จากการค้นหานั้น จะต้องมีความสนใจ ที่จะค้นหาข้อมูล หรือซื้อสินค้า หรือเลือกใช้บริการ อยู่ก่อนแล้ว

(That search is very important because these search engines Can provide access The only easy to understand group is the people who visit your website.

From that search Must have attention Where to find information Or buy a product Or choose to use the service already)

ถึงค้นหาคำต่าง ๆ แล้วคลิกสู่เว็บไซต์ ของคุณได้ ต่างจากการทำโฆษณา ที่คนอาจจะเข้ามาเพียงเพราะ พวกเขาเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่เราตั้งเอาไว้ แน่นอนว่า ถ้าเครื่องมือค้นหาเหล่านี้ ไม่สามารถค้นหาเว็บไซต์ หรือแม้แต่เก็บข้อมูล หน้าเว็บไซต์ของคุณเข้า ฐานข้อมูลได้ รับรองว่าคุณจะต้องพลาดโอกาสดี ๆ ในการที่คนทั่วโลก จะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณ และคงไม่ต้องถามถึงการทำธุรกิจ เลยว่าจะเป็นอย่างไร

ไม่ใช่เพียงแค่ ติดอันดับหน้าแรกเท่านั้น แต่การได้ตำแหน่งแรก มาครอบครอง คือสิ่งที่ธุรกิจต่าง ๆ แข่งกันอย่างดุเดือด เพื่อให้เว็บไซต์ของตัวเอง ได้ไปอยู่ตรงจุดนั้น จากชาร์ตด้านบน คุณจะเห็นได้ว่ายิ่งตำแหน่ง (Position) ขึ้นมาทางหน้าลำดับต้น ๆ เท่าไหร่ Click through rate (CTR) หรือจำนวนคลิก ที่ได้รับหารด้วยจำนวนการแสดงผล ก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้น

รับทำเว็บ

ความหมายคือ ยิ่งหน้าเว็บของคุณ อยู่หน้าหลังตั้งแต่ หน้า 1 หรือ 25 เป็นต้นไป โอกาสที่คนจะเข้าไปพบเว็บไซต์ของคุณ จากการค้นหานั้นแทบไม่เหลือ แน่นอนว่าหน้า 1 ได้รับการเข้าถึงสูงที่สุดอย่างปฏิเสธไม่ได้

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำ SEO คือ “ตอนที่คุณยังไม่มีอะไรเลยสักอย่าง” ที่บอกว่าไม่มีอะไรสักอย่างหมายถึง ให้คุณเริ่มกระบวนการการทำ SEO ซะตั้งแต่ยังไม่มีเว็บไซต์ หรือวางแผนไว้ตั้งแต่เริ่ม ก่อตั้งธุรกิจเลยจะดีมาก

เหตุผลก็เพราะ คุณจะได้เตรียมตัว ในการทำเว็บไซต์ เพื่อให้รองรับกับการทำ SEO มากที่สุดนั่นเอง เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมาทำ SEO กันตอนที่ทำเว็บไซต์เสร็จไปทั้งหมดแล้ว ผลสุดท้ายก็คือต้องมานั่งปรับ แก้ หรือบางครั้งหนักมาก ก็ถึงกับขั้นต้องทำเว็บไซต์ใหม่ ทั้งหมดเลยทีเดียว ดังนั้นทำซะตั้งแต่ยังไม่มีอะไรนั่นล่ะ คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

โดยส่วนมากบริษัทต่าง ๆ ก็จะจ้างเอเจนซี่ การตลาดดูแลเรื่อง SEO ให้เป็นปกติ แต่ประเด็นที่เราอยากให้ เจ้าของกิจการ ทำความเข้าใจกับขั้นตอนต่าง ๆ นั้น เพื่อที่จะได้ช่วยให้คุณทำงาน กับเหล่าเอเจนซี่ ที่คุณว่าจ้างได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนใครที่กำลังศึกษา การทำ SEO หรือต้องการทำ SEO ด้วยตัวเองขั้นตอนเหล่านี้คือสิ่งที่คุณต้องนำไปใช้

7 เทคนิคการขายของ ทำให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการอีกครั้ง

7 เทคนิคการขายของ ทำให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการขายของอยู่หน้าร้านหรือขายของออนไลน์ก็ตาม สิ่งที่แม่ค้า/พ่อค้า ทุกคนต้องมีก็คือเทคนิคการขาย บางคนขายอะไรก็ขายดี ไม่ว่าเป็น เสื้อผ้า อาหาร ของมือสอง จะหยิบ จะจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด นั้นก็เพราะว่าเขามีเทคนิคการขายที่ดี วันนี้เราได้รวบรวม 7 เทคนิคการขายของ ขั้นเทพมาให้ทุกคนได้อ่านในบทความนี้

1. เทคนิคการขายด้วย CONTENT ประจำวัน
เทคนิคการขายของออนไลน์ที่เหมือนจะง่าย แต่มีหลายร้านที่ไม่ได้ทำ ก็คือการวางแผนโพสต์ Content ในแต่ละวัน หลายร้านโพสต์ขายสินค้าเฉพาะตอนที่อยากขายเท่านั้น เราต้องมีวินัย จัดตารางโพสต์ให้ตรงเวลากับลูกค้าที่กำลังออนไลน์อยู่ ลูกค้าเราก็จะสามารถเห็นโพสต์สินค้าจากร้านเราได้มากขึ้น

2. เทคนิคการขายด้วยการสร้างความรู้สึก
เทคนิคการขายตลอดกาลที่ใช้ในการขายสินค้า และยังใช้ได้กับทุกสินค้า ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า อาหาร ของใช้ ของมือสอง หากมีการจำกัดจำนวนสินค้า จำกัดเวลาในการซื้อ จะทำให้ลูกค้าของรู้สึกกลัวซื้อไม่ทัน กลัวหมดโปรโมชั่นก่อน ดังนั้นเทคนิคการขายแบบนี้ก็จะช่วยให้ลูกค้าของเราตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้นแน่นอน

3. เทคนิคการขายด้วยการบอกในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
จะขายสินค้าอะไร เราต้องรู้จักสินค้าของเราให้ดีก่อน และเทคนิคการขายของที่สำคัญนั่นก็คือเราต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการสินค้าไปแก้ปัญหาใด ต้องนำเสนอวิธีการใช้งานของสินค้าเรา บอกให้ลูกค้าของเรารู้ว่าสินค้าของเราจะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างไร ลูกค้าจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง แสดงให้เห็นความคุ้มค่ากับการซื้อสินค้าจากเรามากที่สุด

4. เทคนิคการขายแบบ UP-SELL
เทคนิคการขายสินค้าแบบ Up-Sell คือ การแนะนำสินค้าที่มีราคาสูงให้กับลูกค้า ก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วนใหญ่สินค้าที่แนะนำก็ยังเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าและมีความสามารถบางอย่างที่เหนือกว่าสินค้าที่ลูกค้าสนใจ ซึ่งการแนะนำแบบ Up-Sell ก็จะช่วยให้ยอดขายเราเพิ่มขึ้นได้ หากจะนำเทคนิคการขายไปใช้ ต้องระวังอย่าแนะนำสินค้าจนรู้สึกยัดเยียดมากเกินไปจะทำให้เสียลูกค้าได้

5. เทคนิคการขายแบบให้ฟรี
ใคร ๆ ก็ชอบของฟรี จะส่งฟรี ให้ฟรีของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นเทคนิคการขายสินค้าที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้ร้านกับลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ตัวเทสเตอร์ครีมยี่ห้อต่าง ๆ แถมให้ลองไปใช้ฟรี ใช้แล้วดีลูกค้ากลับมาซื้อเองแน่นอน ยิ่งถ้าเราให้บริการดี ลูกค้าประทับใจ ยอดขายพุ่งแน่นอน

6. เทคนิคการขายด้วยจิตวิทยา
ทำโปรโมชั่นก็ต้องมีจิตวิทยา เพื่อยอดขายของเราก็ต้องลงทุน มีเทคนิคจัดโปรโมชั่นลดราคาแบบไหนให้ลูกค้าอยากซื้อมาแนะนำ คือ ถ้าราคาลดสินค้ามากกว่า 100 บาท ให้บอกจำนวนเงินไปเลย ในทางจิตวิทยาลูกค้าจะรู้สึกว่าเราลดราคาลงเยอะ แต่ถ้าลดราคาสินค้าไม่ถึง 100 บาท ให้บอกเป็นเปอร์เซ็นต์แทนการบอกจำนวนเงิน

7. เทคนิคการขายด้วยรีวิว
เทคนิคการขายที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น คือ การมีรูปรีวิว บทความรีวิว รายละเอียดการใช้งานสินค้า/บริการ เพื่อบอกผลลัพธ์ความพึงพอใจในการใช้งานสินค้า/บริการของร้านเรา ก็จะช่วยให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะสมัยนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะอ่านรีวิวก่อนซื้อสินค้า ข้อดีของการมีรีวิวอีกอย่างคือเราสามารถส่งรีวิวให้ลูกค้าที่มีปัญหาคล้าย ๆ กันเพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

blackcat agency ทำการตลาด

ความสำคัญของ Backlinks คืออะไร มีความจำเป็นอย่างไรในการทำ SEO

ความสำคัญของ Backlinks คืออะไร มีความจำเป็นอย่างไรในการทำ SEO Backlink คือ ลิงค์ที่ชี้กลับมาหาที่เว็บไซต์ของเราจากเว็บไซต์อื่น ๆ ซึ่งการมี Backlink นั้นเป็นสิ่งที่บอกให้ Google รู้ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์เราได้รับการยอมรับ และมีการทำเป็น Referrence กลับมาให้จากเว็บไซต์อื่น ๆ ยิ่งมีจำนวนมากเท่าไร ก็มีโอกาสที่ Google จะให้คะแนนกับหน้านั้น ๆ มากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความการมี Backlink จำนวนมากแล้วจะดีเสมอไป เพราะ Google ยังต้องดูเรื่องของคุณภาพของเว็บที่ลิงค์กลับมาหาเราด้วย รวมถึงยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ Google นำมาใช้ประกอบการจัดอันดับบนหน้า SERP (serach engine result page) ดังนั้นสิ่งที่เราต้องเข้าใจเบื้องต้นก่อน คือประเภทของ Backlink ชนิดต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • Natural Editorial Links
    เป็น Backlink ที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ซึ่งเกิดจากเนื้อหาในเว็บของเราดีและมีประโยชน์ จึงมีเว็บไซต์อื่น ๆ ทำการอ้างอิงเนื้อหา เขียนถึงและทำลิงค์กลับมาให้ ยิ่งถ้าหากเป็น Backlink ที่กลับมาจากกลุ่มเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์สถาบันการศึกษา เว็บไซต์ราชการ เว็บไซต์ wiki ต่างๆ และมีเนื้อหาที่สัมพันธ์กับเว็บไซต์ของเรา ก็จะมีโอกาสที่จะทำให้หน้านั้นของเราได้คะแนะที่ดีขึ้นในการจัดอันดับ

 

  • Manual Link Building
    คือลิงค์ที่เราเป็นคนสร้างขึ้นเอง เช่น การไป submit เว็บไซต์ของเราตามเว็บ directory ต่าง ๆ หรือการไปขอแลกลิงค์กับเว็บอื่นๆ และรวมไปถึงการ “ซื้อ” ลิงค์จากที่อื่น ๆ ซึ่งการซื้อลิงค์เป็นเรื่องที่จะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าหากซื้อจากบริษัทรับทำ SEO ที่ไม่ได้คุณภาพ คำแนะนำสำหรับ Manual Link Building คือ ถ้าหากต้องการสร้าง Backlink ด้วยการ “ซื้อ” ควรทำเป็นลักษณะซื้อบทความ Editorial และมีลิงค์กลับมาที่เว็บของเรา ผ่านเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่พวก Spam เว็บไซต์ หรือถ้าต้องการสร้าง Backlink เอง วิธีที่ง่ายที่สุด ก็อาจจะเริ่มด้วย Owned asset ก่อน เช่นการทำ Video Content บน Youtube ที่มีลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์ การสร้าง Social channels ต่างๆ รวมถึงการสร้างเว็บ Blogs ขึ้นมาเอง เป็นต้น

 

  • Non-Editorial
    เป็นพวกลิงค์ที่กลับมาจากคอมเม้นท์ในเว็บไซต์ต่างๆ ที่ทำให้คนทั่วไปเข้าไปเขียนคอมเม้นท์ได้ใน Guestbook ซึ่งลิงค์ประเภทนี้เป็นลิงค์ที่ Google ให้ความสำคัญน้อยมาก บางเว็บอาจถึงขั้นจัดเป็น spam ได้ ดังนั้นแล้วการมี Backlink กลับมาจากเว็บกลุ่มนี้จำนวนมากๆ กลับเป็นเรื่องที่ควรต้องระวัง ซึ่งแต่ก่อนจะมีพวก Automated Tools ที่คนทำ SEO (สายดำ) ใช้เพื่อไปสร้าง Comment และทำ Backlink กลับมาเป็นจำนวนมหาศาลในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เป็นวิธีที่ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง ซึ่งก็ไม่น่าจะมีใครทำแล้วในปัจจุบัน เพราะอะไรที่ใช้กลโกง หรือหลอก Google นั้นไม่มีทางทำได้นานอยู่แล้ว

blackcat agency ทำการตลาด

รู้จักกับ Google Search Console อย่างง่ายสำหรับผู้ใช้เริ่มต้น

คู่มือการใช้งาน Google Search Console อย่างง่ายสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้น ที่จะทำให้คุณเข้าใจวิธีการใช้ ฟังก์ชันและข้อมูลเมตริกต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพ ให้กับเว็บไซต์ของคุณ กูเกิล เสิร์ช คอนโซล เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ใช้งานร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ ในการทำ เอสอีโอ (SEO)

Google Search Console คือ ?
Google Search Console หรือที่รู้จักกันในชื่อ Google Webmaster Tools (ชื่อเก่า) คือ เครื่องมือและบริการฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายแม่บาทเดียว จาก Google สำหรับให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ ได้ใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ สถานะการจัดทำดัชนีและเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลของเว็บไซต์ ให้เหมาะสมกับการปรากฎบนผลการค้นหาของ Google Search

ประโยชน์ของ Google Search Console
คือ การใช้เพื่อติดตาม ผลการจัดทำดัชนี ผลการค้นหา และค่าสถิติต่าง ๆ ของเว็บไซต์เรา นำมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ ให้แสดงบนหน้าผลการค้นหาได้ดีขึ้น

blackcat agency ทำการตลาด

9 เทคนิค ทำการตลาด Social Media Marketing บน Facebook ให้ปัง

ถ้าหากนึกถึงการทำ Social Media Marketing ดีที่สุดในเวลานี้ ก็คงหนีไม่พ้น Facebook เพราะนอกจากจะมีฐานผู้ใช้งานสูงที่สุดในโลกแล้ว และยังสามารถทำโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้ เพราะ Facebook เก็บทุกอย่างที่ผู้ใช้งานบันทึกลงในเว็บไซต์ไล่ตั้งแต่พื้นฐานอย่างชื่อ สกุล ความชอบความไม่ชอบ กินอะไร เช็คอินที่ไหน รวมไปถึงการระบุสถานะโสด ไม่โสด และความสนใจที่คุณสนทนากับเพื่อนในแชท ฯลฯ Facebook เก็บหมด! เหล่านี้ช่วยให้ Advertiser สามารถนำไปใช้กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียด เรามาดู 9 เทคนิค ทำการตลาด Social Media Marketing บน Facebook ให้ปัง

1. เพิ่มปุ่มแชร์บทความบนเว็บไซต์ไปยัง Facebook ให้เด่นชัด
หากคุณทำการตลาดออนไลน์ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ เว็บไซต์คือหน้าบ้านหลักของคุณ ส่วน Facebook หรือ Social Media อื่น ๆ เปรียบเสมือนบ้านเช่า คุณจะต้องมีเว็บไซต์ก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นให้คุณเริ่มทำ Content ลงบนเว็บไซต์ แล้วให้ทำการติดตั้งปุ่มแชร์ไปยัง Social Media ต่าง ๆ ให้เห็นได้ง่าย

2. รู้จักกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของธุรกิจคุณ
ก่อนที่เราจะทำการโพสต์ Content หรือลงโฆษณาบน Facebook สิ่งสำคัญที่คุณจำเป็นต้องรู้ก็คือ กลุ่มเป้าหมายที่ของคุณนั้น เช่น เพศ, อายุ, ไลฟ์สไตล์, ความสนใจ, ความชอบ ฯลฯ เป็นต้น

3. ใช้โฆษณาของ Facebook เพื่อเร่งประสิทธิภาพ
การทำธุรกิจคงปฏิเสธการใช้งบประมาณไม่ได้ ซึ่งในปัจจุบัน หลาย ๆ ธุรกิจ ก็หันมาลงงบประมาณด้านการตลาดออนไลน์แซงหน้าการตลาดแบบดั้งเดิมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย Facebook Advert นั้น ก็มีหลายฟังก์ชั่นให้คุณได้เลือกใช้ อาทิ… Facebook Page Engagement,Click to Website,App Engagement

4. การมีส่วนร่วมกับแฟนเพจ Facebook อื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
เป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่ได้ผลดีเป็นอย่างมาก แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า การไปคอมเม้นท์ที่แฟนเพจของคนอื่นนั้น จะต้องไม่เป็นการสแปมหรือขายของโดยเด็ดขาด แต่ต้องเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณประกอบกิจการเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง คุณอาจเข้าไปคอมเม้นท์หรือมีส่วนร่วมกับแฟนเพจที่เกี่ยวกับอะไหล่ยนต์ เพื่อพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และขอย้ำว่าห้ามไปขายของโดยเด็ดขาด

5. ใช้ Content หลากหลายรูปแบบ
Content บน Facebook ไม่ได้มีแค่การโพสต์เป็นตัวอักษรอย่างเดียว หลัก ๆ มี 4 รูปแบบที่คุณสามารถทำได้ ได้แก่…
a) Status – การอัพเดทสถานะทั่วไป ในลักษณะของตัวหนังสือ โดยคิดเป็น 1% ของแบรนด์ระดับโลกที่ใช้การโพสต์ในลักษณะนี้
b) Link Post – คิดเป็น 35% ของประเภทการโพสต์ที่แบรนด์มักทำกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเพจประเภทข่าวนิยมแชร์ Link Post เป็นอันดับต้น ๆ เพราะต้องการทราฟฟิกเข้าเว็บไซต์เพื่อนำยอดคนเข้าเว็บไปหา Sponsor ต่อ
c) Photo – การโพสต์แบบรูปภาพ เป็นวิธีที่แบรนด์สินค้าต่าง ๆ ชอบใช้เป็นอันดับต้น ๆ เพราะเข้าถึงคนง่าย สะดุดสายตา ก่อให้เกิดการแชร์ได้ดี สัดส่วนการโพสต์แบบนี้สูงถึงประมาณ 50%
d) Video – การโพสต์แบบวีดีโอ มักได้รับการเข้าถึงที่ดีบน Facebook ณ ปัจจุบัน และมีแบรนด์ใหญ่ ๆ ระดับโลกเลือกใช้การโพสต์ในลักษณะนี้ คิดเป็นค่าเฉลี่ย 6 วีดีโอต่อสัปดาห์

6. การใช้ Email List ที่มีอยู่ในมือ
หากคุณมีการเก็บข้อมูล Email จากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์และข้อมูลของลูกค้าแล้ว คุณก็สามารถอัพโหลด Email เหล่านั้น ลงบน Facebook เพื่อทำการโฆษณาเฉพาะกลุ่ม Email นี้ได้

7. การตอบกลับข้อความอย่างรวดเร็ว
หากสังเกตที่หน้าแฟนเพจของคุณเอง จะมีหัวข้อหนึ่งที่เขียนไว้ว่า “อัตราการตอบกลับ xx%, เวลาในการตอบกลับ x ชั่วโมง/วัน” หากคุณทำการตอบกลับข้อความของแฟนเพจอย่างรวดเร็วและครอบคลุม (โดยปกติควรตอบ 95% ของจำนวนข้อความทั้งหมด และควรตอบภายใน 5 นาที) สถานะนี้ก็จะเปลี่ยนเป็น “ปกติแล้วตอบกลับโดยทันที”

8. ทำวีดีโอด้วย Facebook Live
เป็นฟังก์ชั่นใหม่ ที่ Facebook ให้การเข้าถึงผู้คนได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งการทำ Facebook Live นั้น มีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป โดยหากคุณอัดวีดีโอในฟังก์ชั่น Facebook Live ซึ่งจะเป็นการถ่ายทอดสด ณ ขณะนั้น ซึ่งคุณสามารถโต้ตอบกับทางแฟนเพจของคุณได้โดยตรงและฉับพลัน ซึ่งจะทำให้แฟนเพจของคุณได้ใกล้ชิดกับคุณและธุรกิจของคุณมากยิ่งขึ้น

9. ให้ผู้ชมของคุณช่วยสร้าง Content และ Engagement
การสร้าง Content คือหน้าที่หลักของคุณ แต่ในขณะเดียวกันการดึงแฟนเพจมาร่วมสร้างเนื้อหาและการมีส่วนร่วมกับคุณก็เป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ และยังทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น วิธีทำดังนี้… ตอบคอมเม้นท์กลับด้วยคำถามปลายเปิด ซึ่งการทำในลักษณะนี้ จะช่วยให้คนที่คุณตอบคอมเม้นท์รวมไปถึงคนอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ช่วยเพิ่ม Engagement บน Facebook ได้เป็นอย่างดี

blackcat agency ทำการตลาด

ทำความเข้าใจ ความรู้ขั้นพื้นฐานก่อนที่จะเริ่ม การออกแบบ (Design)

การออกแบบ (Design) หมายถึง การถ่ายทอดรูปแบบจากความคิดออกมา จนกลายเป็นผลงาน ที่ผู้อื่นสามารถจับต้อง มองเห็น รับรู้ หรือสัมผัสได้ เพื่อให้มีความเข้าใจในผลงานร่วมกัน แบบที่คิดออกมาอาจเป็นสิ่งที่เป็นไปได้จริง หรือแบบที่เป็นลักษณะเพ้อฝัน เป็นเพียงนามธรรมก็ได้

หลักทั่วไปก่อนที่จะเริ่มทำการออกแบบ ต้องพิจารณาหรือคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1. รูปร่าง (Shape)

คือ รูป 2 มิติ มีความกว้างกับความยาว ซึ่งจะไม่มีความหนาเกิดจากเส้นรอบนอกที่แสดงพื้นที่ขอบเขตของรูปต่าง ๆ

2. รูปทรง (Form)

คือ รูปที่มีลักษณะเป็น 3 มิติ มีความลึกหรือความหนา นูน ให้ความรู้สึกมีปริมาตร ความหนาแน่น มีมวลสารที่เกิดจากการใช้ค่าน้ำหนัก หรือการจัดองค์ประกอบของรูปทรง หลายรูปรวมกัน

3. ขนาดและสัดส่วน (Dimensions&Proportion)

    • ขนาด (Dimensions) หมายถึง ลักษณะของวัตถุ มีลักษณะใหญ่ เล็ก กว้าง ยาว ตามที่เรารับรู้ได้ ตามหลักการมองเห็นภาพด้วยสายตาของเรา
    • สัดส่วน (Proportion) หมายถึง การจัดภาพ หรือ การเขียนภาพให้ได้ขนาดและที่สว่างจนเกิดความสมส่วนซึ่งกันและกัน ซึ่งเกิดความสัมพันธ์กันด้วยดี เมื่อเรานำรูปร่าง รูปทรง มาจัดองค์ประกอบเข้าด้วยกัน จะทำให้เกิดความรู้สึกดังนี้

– ขนาดใกล้เคียงกัน ให้ความรู้สึกกลมกลืน
– ขนาดต่างกัน ให้ความรู้สึกขัดแย้ง

4. สีสันและความสวยงาม (colour)
การออกแบบต้องมีเรื่องการใช้สีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเพราะสีนั้นมีประโยชน์ด้านความรู้สึก

        • สีแสด ให้ความรู้สืึก ตื่นเต้น
        • สีน้ำเงิน ให้ความรู้สึก เคร่งขรึม
        • สีชมพู ให้ความรู้สึก อ่อนหวาน

blackcat agency วางแผน